ภาษีเงินได้นิติบุคคล เมื่อใดจึงเข้าข่ายต้องเสีย ภาษีตามเกณฑ์?

ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษตามลักษณะที่กฎหมายกำหนด หรือมีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยปกติจะดำเนินการจัดเก็บเป็นรายปี โดยเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นในปีนั้น ๆ ผู้ที่มีรายได้มีหน้าที่ต้องดำเนินการแสดงรายได้ของตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนดภายในเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป แต่บางกรณีผู้มีเงินได้ตามลักษณะที่กฎหมายกำหนดจะต้องยื่นแบบ ฯ เสียภาษีตอนครึ่งของปีสำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อช่วยบรรเทาภาระการเสียภาษีที่ต้องชำระ และเงินได้บางกรณีจะมีกฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายไปเลย เพื่อให้มีการทยอยการชำระภาษีเงินได้ที่เกิดขึ้นนั่นเอง

ที่มาของรูปภาพ www.pixabay.com/th/vectors/ธุรกิจ-ภาษี-การเงิน-ค่าใช้จ่าย-6952808/

ภาษีเงินได้นิติบุคคล ถือเป็นภาษีอากรประเภทหนึ่งที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร

โดยจัดเก็บจากเงินได้ของบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนที่มีลักษณะเป็นนิติบุคคล หลักการจัดเก็บภาษีที่สำคัญ ๆ ตามลำดับดังนี้

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล คือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ หมายรวมถึงนิติบุคคลประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ด้วย ได้แก่

  1. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายไทย ได้แก่
    • บริษัท จำกัด
    • บริษัทมหาชน จำกัด
    • ห้างหุ้นส่วนจำกัด
    • ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
  2. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของประเทศไทย แต่ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้
  3. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจากต่างประเทศที่เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย (ตามมาตรา 66 วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร)
  4. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจากต่างประเทศ ที่กระทำกิจการในที่อื่น ๆ รวมทั้งภายในประเทศไทย (ตามมาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร)
  5. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจากต่างประเทศ ที่กระทำกิจการอื่น ๆ ทั้งในประเทศไทย และกิจการที่กระทำมีลักษณะเป็นกิจการขนส่งระหว่างประเทศ (ตามมาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร)
  6. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจากต่างประเทศ ที่มิได้ประกอบกิจการภายในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามที่ระบุไว้ในมาตรา 40 (2) (3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจาก หรือภายในประเทศไทย (มาตรา 70)
  7. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจากต่างประเทศที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 76 วรรคสอง และมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร มีการจำหน่ายเงินกำไร หรือเงินประเภทอื่นที่แยกไว้จากกำไร หรือมีการนำเงินกำไรออกจากประเทศไทย (ตามมาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร)
  8. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจากต่างประเทศ ที่มิได้ดำเนินกิจการในประเทศไทยโดยตรง แต่มีลูกจ้าง หรือตัวแทน หรือผู้ที่ดำเนินการติดต่อ ดำเนินการประกอบกิจการในประเทศไทย เป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทย (ตามมาตรา 76 ทวิ)
  9. กิจการที่ดำเนินการทางการค้า หรือหากำไร โดย
    • รัฐบาลต่างประเทศ
    • องค์การของรัฐบาลต่างประเทศ
    • นิติบุคคลอื่น ๆ ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ
  10. กิจการร่วมค้า (Joint Venture) ได้แก่กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเพื่อดำเนินการทางการค้า หรือแสวงหาผลกำไร ที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคลดังต่อไปนี้คือ
    • ระหว่างบริษัทกับบริษัท
    • ระหว่างบริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
    • ระหว่างห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
    • ระหว่างบริษัท และหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา
    • ระหว่างบริษัท และหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
    • ระหว่างบริษัท และหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนสามัญ
    • ระหว่างบริษัท และหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับนิติบุคคลอื่น
  11. มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการที่มีรายได้ แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีได้ประกาศกำหนดให้เป็นองค์การ หรือสถานสาธารณเพื่อการกุศล
  12. นิติบุคคลที่อธิบดีกำหนด และได้รับการอนุมัติโดยรัฐมนตรี และมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร

นิติบุคคลที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

คือนิติบุคคลลักษณะอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุเอาไว้ข้างต้น และเฉพาะหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เช่น กระทรวง ทบวง กรม องค์การของรัฐบาล หรือสหกรณ์

แต่มีนิติบุคคลบางประเภทที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร แต่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย ดังนี้

  1. บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกิดขึ้นตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยระบุเอาไว้ตามสัญญาว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือทางเทคนิคระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของต่างประเทศ
  2. บริษัทจำกัดที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามกฎหมาย ตามที่ระบุไว้ในการส่งเสริมการลงทุน
  3. บริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลที่มีลักษณะเช่นเดียวกับบริษัทจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของไทย หรือกฎหมายระหว่างประเทศที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
  4. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งภายในประเทศตามที่อนุสัญญากำหนอาไว้ เรื่องการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับประเทศไทย ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในอนุสัญญา

ที่มาของรูปภาพ www.pixabay.com/th/photos/ภาษี-การกุศล-บริจาค-ใบเสร็จ-1103675/

ฐานภาษีเพื่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้นิติบุคคล จะพิจารณาจากเงินได้เพื่อคำนวณภาษีตามอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล หรืออยู่ในฐานภาษีเงินได้ โดยทั่วไปคือกำไรสุทธิที่คำนวณตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่เพื่อความเป็นธรรม และลดช่องว่างในการจัดเก็บภาษี จึงได้มีการบัญญัติการจัดเก็บภาษีเประเภทนี้จากเงินได้ หรือฐานภาษี ที่แตกต่างกัน ดังนี้

กำไรสุทธิ

  • ยอดรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย
  • เงินได้ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย
  • การจำหน่ายเงินกำไรออกจากประเทศไทย

ที่มาของรูปภาพ www.pixabay.com/th/illustrations/การตรวจสอบ-รายงาน-แว่นขยาย-4576720/

การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ

ถือเป็นหน้าที่ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่กฎหมายกำหนด โดยพิจารณาจากกำไรสุทธิ และต้องคำนวณภาษีเพื่อยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีปีละ 2 ครั้ง ดังนี้

  1. การคำนวณเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบของระยะเวลาบัญชีนั้น ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวล รัษฎากรดังนี้
    • กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้จัดทำประมาณการกำไร สุทธิ หรือขาดทุนสุทธิ อันเนื่องมาจากกิจการที่ได้กระทำหรือจะได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ๆ แล้วคำนวณแ ละชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลจากจำนวนเงินกึ่งหนึ่งที่ประมาณจากกำไรสุทธิในรอบระยะบัญชีนั้น
    • กรณีบริษัทจดทะเบียนธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ให้คำนวณและชำระภาษีจากกำไรสุทธิ ในระยะเวลารอบ 6 เดือน นับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชีตามเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ในมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี

ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะบัญชี

ถือเป็นเครดิตการเสียภาษีเงินได้ เมื่อสิ้นรอบระยะบัญชีคือการหักจากภาษีที่ต้องเสียจากกำไรสุทธิในรอบระยะบัญชี และในกรณีที่ภาษีตามครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีสูงกว่าภาษีที่ต้องเสียในรอบระยะบัญชี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลมีสิทธิขอคืนภาษีที่ชำระไว้เกินได้

กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีรอบบัญชีแรก หรือรอบบัญชีสุดท้าย น้อยกว่า 12 เดือน ไม่จำเป็นต้องยื่นแบบแสดงรายการ และเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะบัญชี

  • การคำนวณเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ เมื่อสิ้นระยะบัญชี โดยนำกำไรสุทธิที่ได้มาคูณด้วยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จะได้เป็นจำนวนเงินที่ต้องชำระ กรณีไม่มีกำไรสุทธิ หรือขาดทุนสุทธิ บริษัทนั้นก็ไม่ต้องเสียภาษี

Credit mixhistorys.com rest-review.com gomalwarebytes.com comthehill.com comperaichi.com